bannertop.jpg
Home
  FOTOINFO MAGAZINE No. 64
 

 cover-fi-64-153.jpg

นิตยสาร Fotoinfo ฉบับที่ 64
ปีที่ 5 ฉบับที่ 64 เดือนกรกฎาคม 2553
 

Review : SONY Cybershot DSC-HX5V
           CANON EF 70-200 mm F2.8 L IS II
           CANON IXUS 300 HS 

TRAVEL & ADVENTURE :
         MY FAVORITE PLACE: ELLORA
         สะพายกล้องท่องโลก: INDO ON BIKE 2

SPECIAL SECTION :เทคนิคการถ่ายภาพขาว-ดำ ด้วยฟิล์ม

                       My Trick

                       ภาพขาว-ดำระบบดิจิตอล

                       INTERVIEW: สมชาย 

                       พม่าเมืองหม่น

NEWS & ENTERTAINMENT : Book Recommended
                                     
Web Recommended
                                     
Social News
                                      What's new

...อ่านรายละเอียด

Review Sony A380

Review Sony A380

  • 14.2 megapixel
  • ISO 100-3200
  • Quick AF Live View
  • จอ LCD ปรับมุมก้มเงยได้
  • Advanced D-Range Optimizer
  • Steady Shot Inside
  • Smart Teleconverter 1.4X และ 2X
  • ดูภาพความละเอียดสูงระดับ Full HD ผ่านสาย HDMI



a380-3.jpga380-4.jpg
a380-2.jpga380-1.jpg

    ตลาดกล้อง DSLR นั้น ว่ากันว่าเป็นตลาดที่ยากที่สุดของผู้ผลิตกล้องดิจิตอล เพราะการซื้อกล้อง DSLR ก็หมายถึงการซื้อระบบของกล้องแบรนด์นั้นๆ ด้วย ทั้งเลนส์ แฟลช และอุปกรณ์เสริม ไม่ใช่แค่กล้องตัวเลนส์ ดังนั้นกล้องที่มีรากฐาน แข็งแกร่งกับตลาด SLR มาก่อนย่อมได้เปรียบ เป็นเรื่องยากที่ผู้ผลิตรายใหม่ๆ จะแทรกตัวเข้ามาในตลาด DSLR ได้  แต่ถ้ามีความตั้งใจจริงและมีโพรดักท์ที่ดีจริง มันก็เป็นไปได้

    เกือบ 3 ปี ในการทำตลาดของกล้อง DSLR จากโซนี่คือบทพิสูจน์ว่า หากทุ่มเทและพัฒนาอย่างจริงจัง ตลาดกล้อง DSLR ยังเปิดกว้างเสมอ เพราะยังมีผู้ใช้อีกจำนวนมากที่ไม่ได้ยึดติดกันแบรนด์ที่ทำตลาดกล้อง DSLR มานาน  เมื่อนับจาก A100 ซึ่งเป็นกล้อง DSLR รุ่นแรก โซนี่ผลิตกล้อง DSLR ออกมาแล้วถึง 7 รุ่น และเปิดตัวใหม่พร้อมกันอีก 3 รุ่น คือ A380, A330 และ A230  โดย A230 มีความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล A330 มีระบบ LIVE VEIW เช่นกัน ส่วน A230 เป็นรุ่นเล็กไม่มีระบบ LIVE VIEW

    ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับ A350 ก็คือ การออกแบบภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยวขึ้น ใช้โทนสีแบบทูโทน ดำตัดกับเทาตะกั่ว กริปจับที่ดูแปลกตาและการปรับเปลี่ยนหน้าตาของการแสดงข้อมูลบนจอ LCD ใหม่  นอกจากนั้น A380 ยังมาพร้อมเลนส์คิทรุ่นใหม่ DT 18-55 มม. f/3.5-5.6 SAM. ซึ่งจะมาแทนที่ DT 18-70 มม. f/3.5-5.6 ที่ทำตลาดมานานเกือบ 3 ปีแล้ว โดนเลนส์รุ่นใหม่จะมีมอเตอร์ในตัวเลนส์ที่มีรหัสว่า SAM
    แน่นอนครับว่ากล้องระดับ ENTRY LEVEL คือตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ DSLR ดังนั้นจึงหน้าจับตามองว่ากล้อง DSLR ใหม่จากโซนี่ จะรุกตลาดได้แค่ไหนในปีนี้

ผลการใช้งาน

    ผมได้รับกล้องรุ่นนี้ก่อนการเปิดตัว ใหม่..สดๆ ร้อนๆ โดยทางโซนี่ส่งเลนส์มาให้ครบชุด คือ เลนส์คิท DT 18-55 มม. f/3.5-5.6, Carl Zeiss 24-70 มม. f/2.8, AF 70-200 มม. f/2.8 G และ DT 11-18 มม. f/4.5-5.6

    ดีไซน์ของ A380 ดูแปลกไปจากเดิมมาก โดยเฉพาะการใช้สีแบบทูโทนนั้นทำให้กล้องรุ่นนี้ดูสะดุดตา กริปของ A380 ออกแบบมาแปลกมาก สันนูนของกริปน่าจะเหมาะกับมือของสุภาพสตรี แต่กับมือของผู้ชายอาจเล็กไปหน่อย คงต้องใช้ร่วมกับแบตเตอรี่กริปจึงจะจับได้ถนัด แต่ข้อดีของกริปก็คือ ยางหุ้มกริป นั้นเกาะนิ้วดี

    การควบคุมและปรับตั้งไม่แตกต่างจากรุ่น A350 เท่าใดนัก ทำความคุ้นเคยสักครู่ก็ใช้งานได้คล่องตัว แต่ที่แตกต่างจากเดิมคือการไม่ใช้ปุ่มเปิดแฟลช แฟลชจะยกตัวตามโหมดแฟลชที่ใช้งาน หากเปิดใช้ที่ FILL FLASH หรือ SLOW SYNC แฟลชจะยกตัวทันทีที่แตะปุ่มลั่นชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่ง ต้องทำ ความคุ้นเคยสักหน่อย อีกเรื่องคือการชิพท์กรอบโฟกัสจะต้องเข้าไปที่ปุ่ม Fn แล้วไปที่ AF AREA ก่อน จากนั้นจึงชิพท์ที่ LOCAL ไปยังกรอปโฟกัสที่ต้องการ ซึ่งจะค่อนข้างช้า ยกเว้นการชิพท์เข้ากรอบกลางทำ ได้โดยกดปุ่ม AF บนแป้นสี่ทิศทางเท่านั้น

    จอ LCD ของกล้องรุ่นนี้ใช้งานเวิร์คมากครับ การปรับเงยได้ ก้มได้ ทำให้การใช้ LIVE VIEW สะดวกคล่องตัว มองเห็นภาพได้ชัดเจน จัดองค์ประกอบภาพง่าย ความสว่างของภาพเมื่อใช้ LIVE VIEW อยู่ในขั้นดี  ส่วนความคมชัดของภาพที่แสดงบนจอ LCD เมื่อใช้ LIVE VIEW อยู่ในระดับปานกลาง

    ระบบ QUICK AF LIVE VIEW ของกล้องรุ่นนี้ใช้งานสะดวกกว่าระบบ LIVE VIEW ทั่วไปมาก เพราะ เราสามารถแตะปุ่มลั่นชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่งเพื่อให้กล้องหาโฟกัสได้ทันที เหมือนการใช้กล้องคอมแพค และเมื่อกดชัตเตอร์จนสุด ชัตเตอร์จะทำงานทันที ไม่มีการหน่วงรอการยกตัวของกระจกสะท้อนภาพเหมือนระบบ LIVE VIEW ในกล้อง DSLR ทั่วไป  จึงใช้กับภาพเคลื่อนไหวได้ดี และใช้สนุกกว่ามาก จอ LCD ที่ปรับมุมได้ช่วยให้การใช้ LIVE VIEW สะดวกขึ้น มองภาพได้ชัดเจนขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพมุมสูง หรือมุมต่ำ

    ระบบออโต้โฟกัสของกล้องรุ่นนี้มีประสิทธิภาพดี กับเลนส์คิท DT 18-55 มม. ความเร็วในการโฟกัส อยู่ในระดับค่อนข้างดี มอเตอร์ SAM ของเลนส์รุ่นนี้ มีความเร็วปานกลาง ยังมีเสียงจากการทำงานบ้างเพราะระบบกลไกของชุดโฟกัสยังเป็นเฮลิคอยด์ไม่ใช่ระบบ IF การแทรคเข้าหาจุดชัดทำได้แน่นอน ไม่ยึกยัก โดยจะขยับสองจังหวะ  แต่จังหวะที่สองไม่ได้เป็นการวิ่งย้อนกลับไปมา การโฟกัสจึงเร็วน่าพอใจ เมื่อลองเปลี่ยนไปใช้เลนส์ระดับโปรที่ใช้มอเตอร์ SSM คือ Carl Zeiss 24-70 มม. ความเร็วในการโฟกัสดีขึ้นชัดเจน เงียบและตอบสนองฉับไวขึ้น โดยเฉพาะการออกตัวที่เร็วและแทรคเข้าสู่จุดชัดได้แน่นอนกว่า กับเลนส์ AF 70-200 มม. f/2.8 G ความเร็วในการโฟกัสน่าพอใจครับ เงียบและเร็ว

    ความแม่นยำของระบบออโต้โฟกัสอยู่ในระดับดี เมื่อลองกับเลนส์คิทพบว่าการหาโฟกัสแม่นยำตรงกับจุดที่พอยท์ ไม่มีการ Back Focus กับเลนส์ AF 70-200 มม. f/2.8 G ความแม่นยำของระบบโฟกัสยังอยู่ในระดับดี แม้ใช้รูรับแสงกว้างสุด ภาพก็ยังโฟกัสถูกต้อง ในสภาพแสงน้อย ความเร็วในการโฟกัสลดลงบ้างและโฟกัสมีอาการวืดวาดบ้าง แต่ก็ยังนับว่าทำได้ดี โดยเฉพาะเมื่อใช้กรอบโฟกัสกลางจะให้ความแม่นยำดีกว่ากรอบอื่นๆ

    คุณภาพไฟล์ : ผมทดสอบคุณภาพไฟล์ของกล้องรุ่นนี้ โดยใช้เลนส์ Carl Zeiss 24-70 มม. f/2.8 ซึ่งเป็นเลนส์ที่ให้คุณภาพสูงมาก โดยบันทึกด้วยไฟล์ RAW+JPEG (Fine)

 

 

ทดสอบ ISO ใน Sony A380

 

 a380iso.jpg

 

 ISO 200 , ISO 400, ISO 800, ISO 1600 และ ISO 3200

a380iso200a.jpg a380iso400a.jpg


a380iso800a.jpg a380iso1600a.jpg

a380iso3200a.jpg

 

    ความคมชัด  A380 เป็นกล้องที่ให้ความคมชัดดีมาก เมื่อใช้ความไวแสง ISO 100-400 ภาพที่ได้แสดงรายละเอียดได้ชัดเจน  ที่อัตราขยาย 100% บนจอคอม- พิวเตอร์ ความคมชัดที่ได้น่าพอใจ ให้รายละเอียดสูง แต่เมื่อใช้ความไวแสง ISO 800
ความคมชัดของภาพจะลดลงจากเรื่องสัญญาณรบกวน ที่ความไวแสง ISO 1600 รายละเอียดจะลดลงอีก จากวงจรลดสัญญาณรบกวนกับภาพที่บันทึกด้วย A380 ผมมักจะใช้ความไวแสง ISO 200 เป็นหลัก ซึ่งผลที่ได้ต้องบอกว่าน่าพอใจครับภาพคมชัด แสดงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บนพื้นผิวได้ชัดเจน รายละเอียดในส่วนสว่างดี รายละเอียดในส่วนมืด ค่อนข้างดี

    ภาพจากไฟล์ RAW มีความคมชัดดีกว่าไฟล์ JPEG เล็กน้อย ดังนั้นหากต้องการรายละเอียดสูง ควรบันทึกด้วยไฟล์ RAW

    การถ่ายทอดสีและคอนทราสต์ ภาพที่ได้จาก A380 ยังคงสไตล์เดียวกับ A350 โดยภาพจะมีคอนทราสต์ค่อนข้างสูง ให้สีสันสดใส ความอิ่มตัวของสีปานกลาง เมื่อใช้ Creative Style ที่ Standard  แต่ถ้าใช้ที่ VIVID สีของภาพจะสดใส จัดจ้าน อย่างเห็นได้ชัด  แต่เป็นความสดที่ไม่โอเวอร์จนเกินเหตุเหมือนบางรุ่น ภาพที่ได้ยังดูเป็นธรรมชาติ  เพียงแต่ความสดของสีสันมากขึ้น ในโหมด Portrait ความอิ่มตัวของสีจะลดลง แต่จะได้สีผิวที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น คอนทราสต์ของภาพไม่สูงเท่าโหมดอื่น ความสดใสของภาพอยู่ในระดับดี ไฟล์ที่ได้ ไม่ต้องนำมาปรับสี ปรับคอนทราสต์ก็ยังให้ความสดใสได้ดี

    สัญญาณรบกวน (NOISE)  การจัดการกับเรื่อง Noise ของกล้องรุ่นนี้อยู่ในระดับปานกลาง คงไม่ใช่จุดเด่น แต่ก็นับว่าทำได้ค่อนข้างดี ที่ความไวแสง ISO 100 และ ISO 200 ภาพที่ได้ใสเคลียร์ไม่ปรากฏสัญญาณรบกวน  ยกเว้นเมื่อใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่า 30 วินาที ที่ความไวแสง ISO 400 ภาพยังคงใสเคลียร์ แต่จะเห็นสัญญาณรบกวนกับทุกสภาพแสง แต่ในสภาพแสงแรงจะเห็นสัญญาณรบกวนเฉพาะส่วนมืดของภาพ ที่ ISO 1600 ภาพจะปรากฏสัญญาณรบกวนชัดเจนทุกสภาพแสง และจะชัดเจนมากเมื่อถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย  ที่ ISO 3200 ภาพจะมีสัญญาณรบกวนสูงทุกสภาพแสง เมื่อใช้ความไวแสง ISO 800 ขึ้นไป ควรเปิดระบบ High ISO NR ไปที่ ON เพราะจะช่วยลดสัญญาณรบกวนให้น้อยลง แต่รายละเอียดของภาพจะหายไปบ้าง  ประสิทธิภาพในด้านนี้อาจจะไม่ใช่จุดขายของ A380 แต่ก็นับว่าทำได้ในระดับมาตรฐาน

    ความเร็ว แม้จะเป็นกล้องรุ่นเล็กแต่ความเร็วในการทำงานนับว่าดีทีเดียว ใช้เวลาในการเปิดเครื่องจนพร้อมถ่ายเร็ว การบันทึกภาพไฟล์ RAW หรือ RAW+JPEG ใช้เวลาเขียนข้อมูลลงการ์ดค่อนข้างเร็ว การดูภาพทำได้สะดวก เปลี่ยนภาพเร็ว ซูมขยายภาพเลื่อนภาพทำได้เร็ว การทำงานของชัตเตอร์ค่อนข้างเร็ว  TIME LAG ค่อนข้างน้อย

    แบตเตอรี่รุ่นใหม่  แบตเตอรี่ที่ใช้กับกล้องรุ่นนี้ได้เปลี่ยนจากรุ่น A350 โดยใช้แบตเตอรี่ลิเธียม รุ่น NP-FH50 6.8 โวลต์ ความจุ 870 มิลลิแอมป์ ขนาดเล็กลง ความจุลดลง ทำให้จำนวนภาพที่บันทึกได้จาก A380 ลดลงไปจาก A350 อยู่พอควร  แต่ข้อดีก็คือ น้ำหนักเบา และขนาดกะทัดรัด ทำให้ออกแบบกล้องให้เล็กลงได้ สเปคเคลมไว้ว่าถ่ายได้ 500 ช็อต  แต่ถ้าใช้ LIVE VIEW ตลอด จะบันทึกภาพได้ 230 ช็อต

    ระบบป้องกันภาพสั่นไหว ยังมีอยู่ แต่ต้องปรับจากเมนู SHOOTING  ไม่มีสวิทช์ปรับบนตัวกล้อง ใช้ชื่อเรียกว่า Steady Shot Inside  เคลมว่าลดการสั่นไหวได้ 2.5-3.5 สตอป ผมทดสอบระบบนี้โดยใช้เลนส์คิท 18-55 มม. พบว่ามันให้ผลน่าพอใจที่ 2 สตอป เช่นเมื่อใช้ที่ช่วง 18 มม. (27 มม. เมื่อเทียบกับกล้อง 35 มม.) จะใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/8 วินาที แบบหวังผลได้ทุกภาพ แต่ที่ 1/4 วินาที (3 สตอป) ต้องตั้งใจถือกล้องให้นิ่งสักหน่อย ส่วนเลนส์ช่วงเทเลจะเห็นประโยชน์ของระบบนี้ชัดเจน  กับเลนส์ 70-200 มม.(เปลี่ยนเป็น 105-300 มม. เมื่อเทียบกับกล้อง 35 มม.) ความเร็วชัตเตอร์ที่หวังผลได้ทุกช็อตที่ช่วง 200 มม. คือ 1/80 วินาที แต่ผมลองใช้ที่ 1/30 วินาที หลายช็อต พบว่ามีภาพเบลอบ้าง แต่ได้ภาพชัดเกินครึ่ง เป็นระบบที่ดีครับเพราะใช้ได้กับเลนส์ทุกรุ่น

    ระบบ Advanced D-Range Optimizer ของกล้องรุ่นนี้  การปรับระดับความแรงของการยกสัญญาณยังไม่เท่ากับกล้องรุ่นสูงๆ อย่าง A700 หรือ A900 แนะนำให้ใช้ที่ DR+ เพราะการทำงานจะละเอียดกว่า เห็นผลชัดเจนกว่า ให้ผลดีเมื่อต้องถ่ายภาพในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างสูง

    การแสดงข้อมูลบนจอ LCD ทำได้ดี โดยเฉพาะการแสดงกราฟฟิคของความเร็วชัตเตอร์และรูรับแสง เพราะช่วยให้มือใหม่เข้าใจง่าย  จอ LCD ที่ปรับเปลี่ยนสีพื้นจอได้ 4 สีก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะความชอบของแต่ละคนแตกต่างกัน

    กล้องรุ่นนี้ใช้ MEMORY STICK ในการบันทึกภาพ สำหรับผู้ที่เคยใช้กล้องอัลฟ่ามาก่อนก็คงต้องหา MEMORY STICK PRO DUO มาใช้เพิ่ม แต่ราคาขายในปัจจุบันก็ลดลงมามากแล้วครับ จุดนี้จึงไม่น่าจะเป็นปัญหา  และโซนี่ได้เปิดทางเลือกให้สามารถใช้ SD Card กับกล้องรุ่นนี้ได้ด้วย ก็เลยกลายเป็นจุดเด่นของกล้องรุ่นนี้ไปเลยสำหรับเรื่องนี้
ความเห็น

    แน่นอนว่าในระดับราคานี้ การแข่งขันในตลาดสูงมาก กล้องจึงต้องมีจุดขายที่เด่นและชัดเจนพอ ซึ่ง A380 จากโซนี่ก็น่าจะทำตลาดได้ด้วยจุดขายที่ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล ระบบ LIVE VIEW ชั้นยอด และการใช้งานที่สะดวกคล่องตัว เป็นกล้องที่ใช้ง่าย เหมาะสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่นที่มองหากล้อง DSLR ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่ให้คุณภาพดี  เป็นอีกตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามครับ

ติดตามอ่านรายละเอียด และ ข้อมูลการทดสอบกล้อง Sony A380 ทั้งหมดได้ใน
นิตยสาร FOTOINFO ฉบับที่ 50 เดือนพฤษภาคม 2552

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Sony A380
 
a380-1.jpg
 
a380-2.jpg
 
a380-3.jpg
 

Add comment


Security code
Refresh

HTML hit counter - Quick-counter.net