10 คำถาม Fi Meet Multiply1. คุณศรัณยูถ่ายภาพมานานแล้วหรือยังคะ? และคิดว่าการถ่ายภาพได้ให้อะไรกับเราบ้างก็ ถ้านับตั้งแต่กล้องคอมแพ็คตัวแรกของผมจนถึงปัจจุบันก็น่าจะซัก 5 ปีได้แล้วมั้งครับที่เริ่มจับกล้อง แล้วก็ถ่ายมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ แล้วก็คงจะถ่ายไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังมีแรงแบกกล้อง พออายุมากขึ้นผมคงได้กลับไปใช้กล้องคอมแพ็คอีกครั้ง
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการถ่ายภาพ ได้เจอผู้คนหลากหลาย ได้เพื่อน ได้สังคมใหม่ๆ สังคมใน Multiply ก็เป็นอีกสังคมหนึ่งที่ผมได้รู้จักเพิ่มขึ้นมา มีหลายคนรู้จักผมจากที่แห่งนี้ บางครั้งเดินตามงาน มีคนเข้ามาทัก "หวัดดีครับ...พี่ยูใช่มั๊ย" บางคนผมก็งงๆ เพราะไม่คุ้นหน้าคุ้นตา แต่พอบอกชื่อใน Mulitply ผมก็ร้อง "อ๋อ...คุณนี่เอง" รู้สึกดีนะครับ
รู้สึกว่าโลกของผมมันกว้างใหญ่ขึ้น แต่แคบลง งงมั๊ย ผมหมายถึง
ในขณะที่เราได้รู้จักคนมากขึ้น เราก็ใกล้กันมากขึ้นตามไปด้วย2. อ่านในมัลติพลายเห็นคุณศรัณยู ได้ออกไปท่องเที่ยวถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง มีวิธีเตรียมตัวก่อนออกไปถ่ายภาพอย่างไรบ้าง?ก่อน อื่นอุปกรณ์ต้องพร้อมครับ เมมโมรี่ แบตเตอรี่ ทุกอย่างต้องพร้อม เรื่องนีุ้ทุกคนคงจะรู้ดีกันอยู่แล้ว เรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของข้อมูลครับ พยากรณ์อากาศ เรากำลังจะไปที่ไหน ไปถ่ายอะไร ข้อมูลต้องพร้อม ทั้งเส้นทาง และเวลาการเดินทาง การวางแผนที่ผิดพลาด นั่นหมายถึงคุณอาจจะพลาดโอกาสครั้งสำคัญที่สุดก็ได้ การเดินทางไปถึงสถานที่นั้นๆ แล้วไม่ได้ภาพกลับมาเป็นฝันร้ายของนักถ่ายภาพครับ คิดว่าหลายๆ คนคงเคยเจอ
3. มีวิธีการดูแลเก็บรักษาอุปกรณ์ถ่ายภาพอย่างไร เมื่อต้องเดินทางไปถ่ายภาพนอกสถานที่แน่ นอนว่าเราคงไม่แบกตู้เก็บเลนส์ หรือกล่องกันชื้นไปไหนมาไหนด้วยเป็นแน่ ใช่มั๊ยครับ ผมคิดว่าถ้าเรามีกระเป๋ากล้องดีดีซักใบนึงก็น่าจะเพียงพอแล้ว เป็นกระเป๋าที่ปกปิดอุปกรณ์ได้มิดชิด อากาศจากภายนอกผ่านเข้าออกได้ยาก (ไม่ต้องกลัวกล้องหายใจไม่ออกหรอกครับ ไม่จำเป็น) ก็เพื่อเป็นชั้นกันความชื้นได้ในระดับหนึ่ง และสามารถปรับความต่างของอุณหภูมิภายในและภายนอกได้ดีไงครับ
และก่อน อื่นเราก็ต้องรู้ก่อนว่า อุปกรณ์ของเราอ่อนไหวต้องสิ่งใดบ้าง เช่นกล้องและเลนส์แพ้ความเปียกชื้น ส่วนแบตเตอรี่แพ้ความเย็น เป็นต้น ถ้าเป็นอากาศบ้านเราก็คงไม่ค่อยมีผล ดูแลรักษาง่าย อุณหภูมิในแต่ละสถานที่ก็ค่อนข้างคงที่ ไม่น่าเป็นปัญหาซักเท่าไหร่ จะมีก็แต่การถ่ายภาพตอนกลางคืน หากตั้งกล้องไว้กลางแจ้งนานๆ น้ำค้างเกาะแน่ ทางที่ดีหาผ้ามาคลุมเอาไว้ครับ แต่ถ้าเป็นต่างประเทศ เช่นข้างนอกหนาวจัด เข้ามาในโรงแรมเปิดฮีตเตอร์ซะร้อนเลย แบบนี้เสี่ยงหน่อย การจะผ่านเข้าออกในที่ที่อุณหภูมิต่างกันมากแบบนี้ ควรเก็บอุปกรณ์ไว้ในกระเป๋าก่อนเสมอ และเมื่อเข้าไปแล้วอย่าเปิดกระเป๋าในทันที รอให้มั่นใจว่าอุณหภูมิภายในกระเป๋าใกล้เคียงกับภายนอกแล้วจึงค่อยเปิด กระเป๋าได้ เพื่อหลีกเลี่ยงไอน้ำเกาะ
แบตเตอรี่แพ้ความเย็น ดังนั้นควรเก็บไว้ในที่อุ่นเสมอ แม้ขณะออกไปข้างนอกก็ตาม เช่น ใส่ไว้ในเสื้อหนาว หรือกระเป๋ากางเกง แนบตัวเอาไว้ อุณหภูมิร่างกายของเราเนี่ยแหละช่วยให้มันอุ่นได้เป็นอย่างดี
การสะพาย กล้อง ให้คล้องคอ หรือสะพายเฉียงเอาไว้ ควรหลีกเลี่ยงการถือด้วยมือหรือสะพายไหล่ข้างใดข้างหนึ่ง ในสถานการณ์ที่อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนเยอะๆ เดินเบียดเดินชนกัน มีโอกาสเกี่ยวโดนกล้องเราหล่นได้
ฮูด (Hood) ถ้ามี ควรใส่ติดเลนส์ไว้เสมอ แม้จะยังไม่ถ่ายก็ตาม อย่างน้อยก็ช่วยปกป้องหน้าเลนส์ของเราได้บ้าง ทั้งจากการกระแทก และการสัมผัสโดนไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะเวลาเดินในฝูงคนมากๆ แล้วถ้าถามว่า ทำไมไม่ปิดฝาเลนส์ล่ะ? คุณเคยมั๊ย...ที่เวลาเจอจังหวะดีดีแล้วยกกล้องขึ้นมาจะถ่ายช็อตนั้น แต่กลับพบว่าลืมเปิดฝาเลนส์ สุดท้ายคุณก็พลาดจังหวะนั้นไป นั่นแหละครับคือเหตุผล
4. การหยิบกล้องออกมาถ่ายภาพในที่สาธารณะแต่ละครั้ง เคยพบเจอปัญหาหรือไม่? เช่น โดนห้ามถ่ายภาพ เป็นต้น และมีวิธีแก้ไขสถานการณ์นั้นอย่างไรแน่ นอนครับว่าต้องเคยเจอ โดยเฉพาะชาว SLR ทั้งหลาย กล้องตัวใหญ่ๆ เลนส์ใหญ่ๆ ทั้งหลายมักตกเป็นเป้าสายตาได้เป็นอย่างดี เคยถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาถามอยู่บ่อยครั้ง ว่าถ่ายเพื่อไปใช้ประโยชน์อะไร แน่นอนว่าผมไม่ได้ถ่ายเพื่อการค้าหรือเชิงพาณิชย์ มันเป็นแค่รูปที่ผมถ่ายเก็บไว้ดูเล่นเท่านั้น แต่ด้วยตัวอุปกรณ์ที่ใช้ พูดไปก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อ แต่ปัญหานี้ส่วนมากจะพบเจอตอนที่ไปถ่าย Portrait กันครับ มีนางแบบ มีตากล้องเดินตามหลายคน มีรีเฟลก บางครั้งมีไฟร่มด้วย ซึ่งในสายตาคนทั่วไป ก็ต้องมองว่าเป็นการมาถ่ายแบบ ไม่แปลกหรอกครับที่คนเค้าจะมองแบบนั้น อย่าไปว่าเขาเลย
อย่างที่ผมได้บอก ไปแล้ว ข้อมูลนั้นสำคัญ เราควรจะศึกษาก่อนว่าสถานที่ใดอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ที่ไหนห้ามเราก็ควรเลี่ยง ในเมื่อมันเป็นกฏของที่นั่น เราก็ควรจะรักษากฏของเขา และเมื่อเราทำตามกฏ สังคมเราก็จะน่าอยู่ครับ แต่ถ้าจำเป็นต้องไปถ่ายที่นั่นจริงๆ แน่นอนครับที่ใดมีกฏ ที่นั่นย่อมมีผู้ดูแล แนะนำให้เข้าไปขออนุญาติให้เรียบร้อยก่อน แล้วเราจะได้่ถ่ายรูปได้อย่างสบายใจ ที่สำคัญอย่าพยายามไปคุยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เสียเวลาครับ เค้าไม่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้ ลืมไปได้เลย...
5. ขอ 3 อันดับสถานที่ที่ไปถ่ายภาพแล้วชอบมากที่สุด พร้อมภาพประกอบสถานที่นั้นๆ (เผื่อชาว Fi จะเก็บเงินแล้วลองแวะไปบ้าง อิอิ)ถาม ว่าชอบที่ไหนมากที่สุด? ตอบยากเหมือนกัน ผมชอบทุกที่ที่ผมไปมานะ พูดแบบนี้ได้เลย แต่ถ้าถามว่าได้ไปถ่ายภาพที่ไหนแล้วชอบที่สุด ผมขอเลือกที่ ทาคายะมะ เซี่ยงไฮ้ แล้วก็ฮ่องกงแล้วกันครับ แต่ถ้าถามว่าชอบไปเที่ยวที่ไหน คำตอบจะเป็นอีกอย่างนึง...งงกันมั๊ยเนี่ย?
1."เมืองทาคายามะ"
ประเทศ ญี่ปุ่น เป็นเมืองเล็กๆ ในชนบท ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เงียบสงบ หลีกหนีจากความวุ่นวาย และมีกลิ่นไอความเป็นญี่ปุ่นอย่างเต็มเปี่ยม นี่เป็นเสน่ห์ของเมืองนี้เลยครับ หรือถ้าหากมีเวลามากกว่านั้น ก็อยากแนะนำให้เข้าไปถึงหมู่บ้านชิราคาวาโกะเลย ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างแท้จริง แม้การเดินทางเข้าไปที่เมืองนี้จะค่อนข้างลำบาก และใช้เวลานานโดยการนั่งรถไฟ แต่หากได้นั่งมองทิวทัศน์ตลอดสองข้างทางที่รถไฟวิ่งผ่าน มันคุ้มค่ามากครับ มีจิตรกรและช่างภาพมากมายเดินทางมาเก็บภาพที่นี่ แต่ถ้าคุณชื่นชอบความศิวิไลซ์ คุณมองข้ามเมืองนี้ไปได้เลยครับ

2. "เซี่ยงไฮ้" ประเทศจีน เป็น สุดยอดมหานคร และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ที่นี่มีสถานที่น่าสนใจมากมายให้เราได้ท่องเที่ยวและถ่ายภาพครับ เช่น ซินเทียนตี้ ย่านช้อปปิ้งและแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน แถวนี้ฝรั่งเยอะ ตัวตึกและอาคารก็เป็นสไตล์ตะวันตกสวยงาม หากไปเดินแถวนี้อย่าคิดว่ากำลังอยู่ในยุโรปนะครับ, เดอะบันด์ สถานที่ชมวิวริมแม่น้ำและเก็บภาพตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ในแบบพาโนรามาที่อยู่อีก ฟากนึงของแม่น้ำ สวยงามทีเดียวครับ หรือจะข้ามไปอีกฝั่งแล้วขึ้นหอคอยไข่มุกเพื่อเก็บภาพเมืองเซีี่ยงไฮ้ในมุม สูงก็แจ่มครับ อีกไม่นานดิสนีย์แลนด์ก็จะมาสร้างที่เมืองแห่งนี้ ผมคงได้ไปเยือนอีกครั้งเมื่อถึงเวลา
3. "ฮ่องกง"
ไป แล้วไปอีก ไปจนไม่มีอะไรจะถ่ายแล้วครับที่นี่ แต่ก็ยังชอบไปครับ ส่วนใหญ่ที่ไปก็คือไปเที่ยว แล้วก็มักจะไปตอนฤดูหนาว ผมชอบอากาศหนาว สังเกตที่ที่ผมไปแต่ละที่ก็หนาวๆ ทั้งนั้นเลย แม้จะไปมาแล้วหลายครั้ง แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าฮ่องกงเป็นที่ที่ถ่ายรูปสนุก มีอะไรให้ถ่ายได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อ การเดินทางสะดวกรวดเร็ว ทำให้ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า
สำหรับใคร ที่อยากไปถ่ายรูปที่ฮ่องกงที่ไม่อยากให้พลาดก็คือ วิวฝั่งเกาะฮ่องกง ก็คือถ่ายจากฝั่งเกาลูนนั่นเอง ตรงนั้นเค้าเรียก Avenue of Stars ครับ ไปถ่ายรูปตรงนี้ได้วิวสวยทั้งกลางวันและกลางคืน อ้อ...ตอน 2 ทุ่มของทุกวันก็จะมีการแสดงแสงสีเสียงของตึกต่างๆ ที่เรียกว่า Symphony of Lights ด้วยครับ ไม่อยากให้พลาดอีกเช่นกัน
The Peak จุดชมวิวที่โด่งดังที่สุดของฮ่องกง อันนี้ตากล้องทั้งหลายก็ไม่ควรพลาดเช่นกันครับ จะนั่งรถเมล์สาย 15 หรือจะนั่งรถราง (Tram) ขึ้นไปยังยอดเขา Victoria Peak เพื่อชมวิวของเกาะฮ่องกงในมุมสูง (ข้างบนลมเย็น อย่าลืมพกเสื้อหนาวไปด้วย) แนะนำให้ขึ้นไปถึงข้างบนตอนบ่ายแก่ๆ เราก็จะได้ถ่ายทั้งแสงตอนเย็น และตอนค่ำตอนที่ตึกเปิดไฟกันสว่างไสวครับ เผื่อเวลานิดนึงก็ดีครับ ถ้านั่งรถเมล์ก็ใช้เวลานาน ถ้านั่งรถรางก็คนเยอะ ต่อคิวนานนิดนึง แต่เร็วกว่ารถเมล์แน่นอน
อีกจุดนึงคงไม่ค่อยมีใครรู้จัก เพราะคนทั่วไปไม่ค่อยให้ความสนใจ แต่ถ้าคนที่สนใจถ่ายภาพ ผมว่าน่าสนใจไม่น้อย ก็คือจุดชมวิว Lantau Link Visitors Center จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นสะพานยักษ์ใหญ่ทั้งสองสะพานได้อย่างชัดเจน สะพานแรกก็คือสะพาน Tsing Ma เป็นสะพานแขวน 2 ชั้นที่ยาวที่สุดในโลกเลยทีเดียว สะพานนี้จะข้ามไปยังฝั่งเกาลูน ส่วนอีกสะพานก็คือสะพาน Ting Kau ที่ข้ามไปยังฝั่ง New Territories ฝั่งตะวันตก สะพานสองอันนี้เวลาเปิดไฟตอนกลางคืนก็สวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว
นอกนั้น ก็อย่างเช่น นั่งกระเช้า NGONG PING 360 ไปถ่ายรูปพระใหญ่วัดโป่หลิน / นั่งเรือ Dukling ชมทัศนียภาพของอ่าวฮ่องกง / นั่งรถสองชั้นเปิดหลังคา วิ่งชมตึกสูงต่างๆ ฝั่งเกาะฮ่องกง / วัดนางชี (ข้างๆ มีสวนญี่ปุ่นสวยงามมาก) / แล้วก็ดิสนีย์แลนด์ ทั้งได้ถ่ายรูป ทั้งได้เล่นเลย
6. ทำอย่างไรจึงจะถ่ายภาพออกมาให้สีสันสวยสดใสแบบคุณศรัณยู มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าเทคนิค พิเศษคงไม่มีครับ ส่วนใหญ่ผมก็ทำเช่นเดียวกับหลายๆ คนทำอยู่ แต่อาจจะแค่พิถีพิถัน และใส่ใจในรายละเอียดค่อนข้างเยอะ อย่างเช่นเรื่องต่อไปนี้
Lens - ผมยอมรับเลยว่าส่วนหนึ่งมาจากเลนส์ที่ใช้ ซึ่งมันคือด่านแรกของการรับแสงที่ผ่านเข้ามา ว่าจะเสียแสง รายละเอียด รวมถึงสีสันไปมากน้อยแค่ไหน เลนส์ที่ดีย่อมเก็บรายละเอียดและสีสันได้ดี แต่ผมไม่อยากให้เราไปให้ความสำคัญกับตัวอุปกรณ์มากนัก เดี๋ยวเราจะไปกังวลกับมันมากจนเกินไป อย่างที่ผมบอกว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ใช่ทั้งหมด
Filter - ผมพก CPL ติดตัวเป็นประจำ มันช่วยตัดความฟุ้งของแสงในอากาศได้ดี สีสันในภาพจะดูอิ่มอย่างผิดหูผิดตา เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่างภาพ Landscape พกติดตัวอยู่เสมอ
RAW File - ผมถ่าย RAW เท่านั้นครับ ถ่ายจนผมจำไม่ได้แล้วว่าผมถ่าย JPEG ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ จริงอยู่ว่าขนาดไฟล์มันใหญ่มาก เปลืองเมมโมรี่ แต่มันมีประโยชน์มหาศาลครับ ไม่ว่าจะรายละเอียด ปริมาณแสง ทั้งส่วนโทนมืดโทนสว่าง รวมทั้งสีสันด้วย ทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วนใน Raw File ยังรวมไปถึงในกรณีที่เราถ่ายผิดพลาด เช่น มืดเกินไป สว่างเกินไป Raw file ยังสามารถปรับแก้ได้ดีกว่าโดยไม่เสียรายละเอียด และมันยังส่งผลทำให้การ process หรือการแต่งภาพทำได้ง่าย และมีคุณภาพมากขึ้นไปด้วยครับ
การ Process หรือการตกแต่งภาพ - ภาพทุกภาพของผม ล้วนผ่านการ process มาแทบทั้งสิ้น ถ้าพูดถึงเรื่องสีสันของภาพ ภาพก่อนและหลัง process ของผมนั้น สีสันคนละเรื่องกันเลยครับ อันนี้ผมพูดความจริงอย่างไม่อายเลย ส่วนเรื่องแสง รายละเอียดของภาพ และองค์ประกอบต่างๆ แน่นอนว่าผมต้องเก็บมาให้ดีตั้งแต่แรก เพราะการ process คงช่วยอะไรตรงนี้ไม่ได้ พูดง่ายๆ คือต้องเก็บมาให้ดีตั้งแต่หน้างาน ส่วนเรื่องสีสัน เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันทีหลังได้ แน่นอนว่ามีคนนอยากรู้ว่าผมใช้อะไร process และปรับอะไรบ้าง ผมใช้ Adobe Lightroom (LR) ในการปรับในเรื่องของแสง และโทนสีทั้งหมด ปรับทุกอย่างให้จบที่ LR ครับ จากนั้นค่อยใช้ Photoshop ในการย่อรูป ทำ sharpen และใส่ลายน้ำ (ลงชื่อ) เท่านี้จริงๆ ครับ ส่วนค่าที่ปรับใน LR ที่ผมใช้ประจำก็มีดังนี้:
White Balance: ปรับให้ได้โทนสีที่ต้องการ ทั้ง Temp และ Tint
Exposure: เพิ่ม/ลด ค่าแสงตามแต่อารมณ์ในแต่ละภาพ
Vibrance และ Saturation: เพิ่มความจัดจ้านของสี ส่วนใหญ่เร่งไปถึง 70 ขึ้นไป
HSL (Hue/Saturation/Luminance): หลัง จากที่เร่ง Vibrance กับ Saturation ไปจนปรี๊ดแล้ว ถ้ารู้สึกว่าสีไหนมันมากไป น้อยไปก็มาปรับแยกสีได้ตรงนี้เพิ่มเติมครับ รวมทั้ง Hue โทนเหลือง เขียว ฟ้า อาจปรับเปลี่ยนโทนสีได้ตามใจชอบ
Vignettes: ถ้าเป็นภาพ Portrait ผมจะใส่ขอบดำเข้าไปนิดหน่อยเพื่อให้แบบดูเด่นขึ้น
ก็มีเท่านี้ครับ ที่ผมมักใช้เป็นประจำ ไม่รู้จะเรียกว่าเทคนิคพิเศษได้หรือเปล่า เพราะผมคิดว่าหลายๆ คนก็ใช้กันเป็นอยู่แล้ว ฮ่าๆๆ
7. อยากให้บอกเล่าถึง "ประสบการณ์ที่ประทับใจที่สุดในชีวิตการถ่ายภาพ"แน่ นอนว่าที่สุดของชีวิตการถ่ายภาพของผม ก็คือการได้ออกเดินทางไปถ่ายภาพในที่ต่างๆ ถ้าผมไม่มีความสนใจการถ่ายภาพ ก็คงไม่ได้มีโอกาสเดินทางไปไหนมาไหนแบบนี้ และทุกที่ก็ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจสำหรับผมแทบทั้งนั้น ได้ไปแล้ว ได้กลับมาแล้ว แต่ก็ยังอยากไปอีก เคยเป็นกันไหมครับ นั่นแหละผมเรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจที่สุดของการถ่ายภาพแล้ว ประสบการณ์ที่น่าประทับใจอีกอย่างก็คือ การที่ได้รู้จักกับใครหลายๆ คนมากมาย โดยเฉพาะจากเว็บ Multiply นี่แหละครับ บางคนยังไม่เคยพบเจอตัวจริงกันเลย บางคนรูปร่างหน้าตาเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ แต่ก็คุยกันสนิทสนมเหมือนรู้จักกันมานาน ก็เป็นอะไรที่แปลกดี ดีใจครับที่ได้รู้จักทุกๆ คน
8. อยากให้บอกเล่าถึง "ประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการถ่ายภาพ"เรื่อง เลวร้ายที่สุดในชีวิตการถ่ายภาพ สำหรับผมคือการที่ถูกคนมองว่าการถ่ายภาพเป็นสิ่งไม่ดี ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ หรือการที่สถานที่หลายๆ แห่งไม่ให้การสนับสนุนในการเข้าไปถ่ายภาพโดยที่ไม่มีเหตุผลชี้แจงก็เป็นอีก สิ่งหนึ่งที่คอยปิดกั้นวงการถ่ายภาพในบ้านเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างล้วนมีสาเหตุ และเหตุผล ซึ่งก็คงมาจากบรรดาช่างภาพที่ไร้จรรยาบรรณในการถ่ายภาพบางคน ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นส่วนน้อยในสังคมของเรา อย่างเช่น บรรดาพวกปาปารัสซี่ ที่คอยจ้องแต่จะถ่ายของลับ หรือของสงวนของพวกดารา ที่เราๆ พบเห็นได้ตามนิตยสารแนวปาปารัสซี่หลายๆ ฉบับ ที่หน้าปกลงแต่รูปจำพวกนี้ เช่น ภาพหลุดต่างๆ ภาพแอบถ่ายในขณะที่กำลังทำธุระส่วนตัวบ้าง เรื่องแบบนี้ผมมองว่ามันเป็นการละเิมิดสิทธิส่วนบุคคลเกินไป ผมถือว่าการที่มีบุคคลเหล่านี้อยู่ในวงการการถ่ายภาพ ทำให้คนถือกล้องอย่างเราๆ ถูกมองไปในแนวทางที่เลวร้ายมากขึ้นทุกวันๆ ซึ่งผมถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายสำหรับผมครับ
9. ขอภาพถ่าย 1 ใบที่รู้สึกว่า "ประทับใจที่สุด" และบอกเล่าความประทับใจในภาพใบนี้ข้อมูลถ่ายภาพ: Speed 1/500 sec F4 / ISO100 ถ่ายที่ช่วง 70mm บน 30D ด้วยเลนส์ 70-200mm
ภาพ นี้เป็นภาพที่ดูธรรมดาๆ ง่ายๆ ไม่ได้สวยงามอะไร ใครๆ ก็ถ่ายได้ แต่ทุกครั้งที่ได้ดู มันทำให้ผมยิ้มได้ครับ เพราะผมจำตอนที่ถ่ายรูปนี้ได้แม่น เป็นภาพตอนที่พวกเรากำลังทำกิจกรรมกันบนชายหาด โดยเพื่อนๆ ก็เข้าแถวตอนลึกไปไกลหลายสิบคน กล้องผมติดเลนส์เทเล 70-200mm อยู่ ผมซูมไปที่ 200mm เพื่อหวังจะเก็บภาพ Portrait Candid ของคนที่ยืนอยู่หัวแถวเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แต่พอทุกคนเห็นผมยกกล้องขึ้นเล็งจะถ่าย ต่างคนต่างก็กรูกันออกนอกแถว เพื่อที่หวังจะให้ตัวเองได้เข้าไปอยู่ในภาพ ผมเข้าใจนะว่าเพื่อนๆ เค้าคงไม่รู้หรอก ว่าเลนส์ที่ผมใช้อยู่นี้มันเก็บได้อย่างมากก็แค่ไม่กี่คนหรอก แต่ผมก็พยายามอย่างเต็มที่ หมูนวงแหวนซูมกลับมาที่ 70mm ทันควันพร้อมซอยเท้าถอยหลังในขณะที่เล็งอยู่ด้วย นิ้วชี้ก็ปรับสปีดชัตเตอร์ให้สูงขึ้นไปด้วย เพราะกลัวรูปจะเบลอเพราะว่าถ่ายในขณะที่ผมเดินถอยหลัง ภายในเวลาไม่น่าเกิน 2-3 วินาทีที่คิดว่าผมสามารถเก็บทุกคนเอาไว้ได้หมด ก็ตัดสินใจกดชัตเตอร์ "แช๊ะ" ผมก็ได้รูปนี้มา ในใจก็นึกว่ารูปนี้คงเสียแน่ๆ แต่พอเอามาดู...ชื่นใจครับ ได้อายคอนแทคครบทุกคนเลย แม้คนหลังๆ จะเบอลก็ตาม ฮ่าๆ แต่รู้สึกประทับใจกับภาพนี้ครับ
10. อยากให้ฝากอะไรทิ้งท้ายกับชาว Fi club สักนิดก่อนจากกันถ้า เป็นดาราก็คงจะขอฝากให้ติดตามผลงานล่ะมั้งครับ ฮ่าๆ แต่ผมไม่ใช่ดารา เอาเป็นว่าขอฝากข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ละกันครับ ข้อคิดที่น่าจะเหมาะสำหรับยุดที่เศรษฐกิจตกสะเก็ดแบบนี้ ก็อยากฝากถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทั้งหลายเรื่องการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้อง เลนส์ หรืออะไรก็แล้วแต่ อยากให้คิดซักนิดก่อนซื้อ เพราะอุปกรณ์แต่ละชิ้น ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ ให้คิดถึงความจำเป็น และความเหมาะสมกับรายได้ของเรามาเป็นหลักไว้ก่อน ในชีวิตของเรายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ลูกๆ พ่อแม่พี่น้อง หรือแม้กระทั่งอนาคตของตัวเอง ไม่มีใครล่วงรู้อนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นก็ควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ...
http://sarunyu.multiply.com